กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศเตือนว่าในวันที่ 2 เมษายนนี้ ประเทศไทยต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่ร้อนถึงร้อนจัด โดยบางพื้นที่อาจมีอุณหภูมิพุ่งสูงถึง 42 องศาเซลเซียส เนื่องจากอิทธิพลของความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนปกคลุมประเทศไทยตอนบน ประกอบกับลมใต้และลมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดเข้ามา
แม้ภาพรวมจะมีอากาศร้อนและมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน แต่สภาพอากาศดังกล่าวอาจส่งผลให้เกิดพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงในบางแห่ง จึงขอให้ประชาชนระมัดระวังสุขภาพจากอากาศที่ร้อนจัด หลีกเลี่ยงการทำงานหรือกิจกรรมกลางแจ้งเป็นเวลานาน และเฝ้าระวังอันตรายจากพายุฝนที่อาจเกิดขึ้น ส่วนทางภาคใต้แม้จะมีฝนน้อยแต่ยังคงมีอากาศร้อนและมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่
กรุงเทพฯ และปริมณฑล สภาพอากาศร้อนทั่วไปและมีฟ้าหลัวในช่วงกลางวัน อุณหภูมิสูงสุดอยู่ระหว่าง 35-39 องศาเซลเซียส
ภาคเหนือ อากาศร้อนถึงร้อนจัด มีฟ้าหลัวตอนกลางวัน และอาจมีฝนฟ้าคะนองกับลมกระโชกแรงบางแห่ง โดยเฉพาะในจังหวัดตากและเพชรบูรณ์ อุณหภูมิสูงสุดอยู่ที่ 36-41 องศาเซลเซียส
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศร้อนทั่วไปและร้อนจัดในบางพื้นที่ มีฟ้าหลัวตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงบางแห่ง เช่น จังหวัดเลย สกลนคร นครพนม ชัยภูมิ และนครราชสีมา อุณหภูมิสูงสุดอยู่ที่ 37-41 องศาเซลเซียส
ภาคกลาง เป็นภูมิภาคที่น่าจับตามองเพราะอากาศร้อนจัดเป็นพิเศษในบางพื้นที่ อุณหภูมิอาจพุ่งไปถึง 38-42 องศาเซลเซียส โดยอาจมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงในเขตจังหวัดกาญจนบุรีและราชบุรี
ภาคตะวันออก อากาศร้อนและมีฟ้าหลัวตอนกลางวัน มีฝนฟ้าคะนองบางแห่งในจังหวัดนครนายก ชลบุรี จันทบุรี และตราด อุณหภูมิสูงสุด 34-39 องศาเซลเซียส ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร และสูงกว่านั้นในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง
ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) อากาศร้อนตอนกลางวัน มีฝนฟ้าคะนองประมาณ 10% ของพื้นที่ ส่วนใหญ่พบในจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช อุณหภูมิสูงสุด 34-37 องศาเซลเซียส
ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) อากาศร้อนตอนกลางวัน มีฝนฟ้าคะนองประมาณ 20% ของพื้นที่ โดยเฉพาะในจังหวัดภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิสูงสุด 34-37 องศาเซลเซียส บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นอาจสูงกว่า 1 เมตร