ตอนนี้เรามาถึงช่วงท้ายของวงจร iOS 26 กันแล้ว ซึ่งหมายความว่าฟีเจอร์หลัก ๆ ส่วนใหญ่ได้ถูกปล่อยออกมาจนเกือบหมด และอีกไม่กี่เดือนเราก็จะได้เห็นการเปิดตัว iOS 27 ในงาน WWDC แม้ว่าช่วงหลังจากนี้ Apple มักจะเน้นไปที่การปรับปรุงประสิทธิภาพและแก้ไขบัคต่าง ๆ แต่ iOS 26.5 ที่กำลังจะปล่อยออกมาในช่วงกลางเดือนพฤษภาคมนี้ ก็ยังมีฟีเจอร์ที่น่าสนใจแอบซ่อนอยู่
อย่างไรก็ตาม มีข่าวร้ายเล็กน้อยสำหรับคนที่รอคอย Siri โฉมใหม่ เพราะดูเหมือนว่าการยกเครื่อง AI ตัวนี้จะถูกเก็บไว้สำหรับ iOS 27 แทน แต่สำหรับ iOS 26.5 มีอะไรใหม่บ้าง มาดูกัน
หลังจากที่ Apple นำมาตรฐาน RCS มาใช้ใน iOS 18 เพื่อให้การส่งข้อความระหว่าง iPhone และ Android สะดวกขึ้น (เช่น การเห็นสถานะการพิมพ์ หรือการส่งรูปชัด ๆ) แต่สิ่งหนึ่งที่ยังขาดไปคือการเข้ารหัสลับแบบปลายทาง (End-to-End Encryption) จนส่งผลให้หน่วยงานความมั่นคงเคยออกมาเตือนเรื่องความปลอดภัย
ใน iOS 26.5 นี้ การคุยข้ามแพลตฟอร์มระหว่าง iPhone และ Android จะปลอดภัยแบบ 100% ด้วยระบบ E2EE ซึ่งจะทำให้แฮกเกอร์หรือแม้แต่ผู้ให้บริการเครือข่ายไม่สามารถแอบอ่านข้อความของคุณได้
วิธีเปิดใช้งาน: เข้าไปที่การตั้งค่า (Settings) > ข้อความ (Messages) และเปิดสวิตช์ "End-to-End Encryption"
ข้อสังเกต: หากใช้งานได้ปกติ คุณจะเห็นไอคอนรูปกุญแจในห้องแชทที่คุยกับผู้ใช้ Android และฟีเจอร์นี้ต้องอาศัยเครือข่ายมือถือที่รองรับมาตรฐาน RCS Universal Profile 3.0 ด้วย
Apple Maps พัฒนาขึ้นมากจนเริ่มตามทันคู่แข่งได้ในหลายด้าน และในเวอร์ชัน 26.5 จะมีการเพิ่มฟีเจอร์ "Suggested Places" หรือสถานที่แนะนำ โดยเมื่อคุณกำลังจะกดค้นหา ระบบจะแสดงรายชื่อสถานที่น่าสนใจในละแวกนั้นขึ้นมาให้ตามอัลกอริทึมที่คนส่วนใหญ่ให้ความสนใจ
อย่างไรก็ตาม ฟีเจอร์นี้อาจสร้างความรำคาญให้กับบางคนได้ เพราะสถานที่แนะนำเหล่านี้อาจเป็น "พื้นที่โฆษณา" ที่แบรนด์ต่าง ๆ จ่ายเงินซื้อ ซึ่งถือเป็นการขยับตัวเข้าสู่การมีโฆษณาในระบบปฏิบัติการมากขึ้นของ Apple หลังจากที่ก่อนหน้านี้เริ่มมีการแทรกโฆษณาบริการเสริมในแอปอย่าง Pages ไปแล้ว
ผู้ใช้ iPhone ในสหภาพยุโรปมักได้รับสิทธิพิเศษจากกฎหมายท้องถิ่นเสมอ และใน iOS 26.5 ชาว EU จะสามารถใช้งานหูฟัง Bluetooth แบรนด์อื่น (เช่น Sony XM6) ด้วยกระบวนการเชื่อมต่อแบบแตะครั้งเดียว (One-tap pairing) เหมือนกับตอนใช้ AirPods โดยไม่ต้องเข้าไปกดเลือกในหน้าตั้งค่า Bluetooth ให้ยุ่งยาก
นอกจากนี้ยังรวมไปถึงการรองรับสมาร์ทวอทช์แบรนด์อื่นให้สามารถรับการแจ้งเตือนจาก iPhone ได้สมบูรณ์ขึ้น รวมถึงการใช้ฟีเจอร์ Live Activities บนนาฬิกาที่ไม่ใช่ Apple Watch ด้วย แม้ว่าตอนนี้ฟีเจอร์ส่วนใหญ่จะจำกัดแค่ใน EU แต่ในอนาคตก็มีโอกาสที่ Apple จะขยายให้ใช้ได้ทั่วโลกเหมือนกรณีของระบบ NFC
ปกติแล้วหากคุณมี Magic Keyboard ของ Apple และต้องการใช้กับ iPhone คุณต้องทำการจับคู่ผ่าน Bluetooth เหมือนอุปกรณ์เสริมทั่วไป แต่ใน iOS 26.5 ระบบจะลดความยุ่งยากนี้ลงด้วยการทำให้มันเชื่อมต่อได้อัตโนมัติเพียงแค่ "เสียบสาย"
เมื่อคุณเสียบสายเชื่อมต่อคีย์บอร์ดเข้ากับ iPhone ครั้งแรก ระบบจะดึงชื่อคีย์บอร์ดเข้าสู่รายการ Bluetooth ให้ทันที เพื่อให้คุณถอดสายใช้งานแบบไร้สายได้ในครั้งต่อไป แม้ว่าการพิมพ์งานบนหน้าจอเล็ก ๆ ของ iPhone อาจจะดูไม่จำเป็นนัก แต่นี่อาจเป็นสัญญาณบอกใบ้ว่าในอนาคต iOS 27 อาจจะมีโหมดเดสก์ท็อปที่ให้เราต่อ iPhone เข้ากับจอมอนิเตอร์เพื่อใช้งานเหมือนคอมพิวเตอร์แบบที่ฝั่ง Android ทำได้ก็เป็นได้