Nvidia vs. Micron: หุ้นชิป AI ตัวไหนมีโอกาสเติบโตได้ไกลกว่ากัน?่

Nvidia vs. Micron: หุ้นชิป AI ตัวไหนมีโอกาสเติบโตได้ไกลกว่ากัน?

การพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ (AI) ต้องใช้พลังการประมวลผลมหาศาล ซึ่งมักเกิดขึ้นในศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยชิปประมวลผลกราฟิก (GPU) นับหมื่นตัว นอกจากนี้ หน่วยความจำแบนด์วิธสูง (HBM) ยังเป็นส่วนประกอบสำคัญที่ช่วยให้ข้อมูลไหลเวียนไปยัง GPU ได้อย่างราบรื่น หากหน่วยความจำไม่เพียงพอจะกลายเป็นคอขวดที่ทำให้ GPU ต้องหยุดรอข้อมูลและทำงานได้ช้าลง

ในสมรภูมินี้ Nvidia คือผู้ผลิต GPU ที่ดีที่สุดในโลก ส่วน Micron Technology คือผู้ผลิตหน่วยความจำ HBM ความจุสูงอันดับต้น ๆ แม้ทั้งคู่จะได้รับอานิสงส์จากกระแส AI จนมูลค่าพุ่งสูงขึ้น แต่คำถามคือตัวไหนยังมีโอกาสไปต่อได้มากกว่า?


มุมมองฝั่ง Nvidia: เจ้าแห่งนวัตกรรม GPU

Nvidia ครองตลาดชิป AI มาตั้งแต่ปี 2565 โดยเริ่มจากรุ่น H100 และปัจจุบันรุ่น GB300 ที่ใช้สถาปัตยกรรม Blackwell มีประสิทธิภาพสูงกว่าเดิมถึง 50 เท่าในบางการตั้งค่า

ภายในครึ่งหลังของปีนี้ Nvidia เตรียมส่งมอบแพลตฟอร์ม "Vera Rubin" ซึ่งประกอบด้วย Rubin GPU และ Vera CPU ที่ทรงพลังมากจนนักพัฒนาสามารถฝึกฝนโมเดล AI โดยใช้จำนวน GPU ลดลง 75% และลดต้นทุนการประมวลผล (Inference token) ได้ถึง 90% ซึ่งการลดต้นทุนนี้จะช่วยกระตุ้นให้มีการใช้งาน AI มากขึ้นและเพิ่มกำไรให้ผู้ให้บริการ

ข้อมูลทางการเงิน:

  • ปีงบประมาณ 2569 (สิ้นสุด ม.ค.) ทำรายได้ทุบสถิติที่ 215.9 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 7.8 ล้านล้านบาท)

  • อัตราส่วนราคาต่อกำไร (P/E) อยู่ที่ 36.1 เท่า ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปีที่อยู่ที่ 61.6 เท่า

  • นักวิเคราะห์คาดว่ากำไรจะโตขึ้นอีกในปีหน้า ทำให้ค่า P/E ล่วงหน้าลดลงเหลือเพียง 21.3 เท่า ซึ่งถือว่าน่าดึงดูดมาก


มุมมองฝั่ง Micron: หัวใจสำคัญของหน่วยความจำ

หน่วยความจำ HBM3E ของ Micron ให้ความจุมากกว่าคู่แข่ง 50% แต่กินไฟน้อยกว่า 30% ทำให้ประมวลผลได้เร็วและต้นทุนต่ำลง ซึ่งเป็นเหตุผลที่ Nvidia เลือกใช้ในชิป Blackwell ล่าสุด Micron ยังได้เปิดตัว HBM4 ที่พัฒนาขึ้นเพื่อแพลตฟอร์ม Vera Rubin โดยเฉพาะ ซึ่งจะเพิ่มความจุอีก 60% และประหยัดพลังงานขึ้นอีก 20%

นอกจากในศูนย์ข้อมูลแล้ว Micron ยังมีโอกาสในตลาดพีซีและสมาร์ทโฟน เนื่องจากอุปกรณ์ AI ยุคใหม่ต้องการหน่วยความจำ DRAM สูงถึง 32GB ซึ่งมากกว่าคอมพิวเตอร์ทั่วไปถึงสองเท่า

ข้อมูลทางการเงิน:

  • ไตรมาส 2 ปีงบประมาณ 2569 ทำรายได้สถิติใหม่ที่ 23.9 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 8.6 แสนล้านบาท) พุ่งขึ้น 196% จากปีก่อน

  • กำไรโตขึ้นอย่างก้าวกระโดดถึง 756% และคาดว่าจะโตต่อเนื่อง

  • ปัจจุบันหุ้นเทรดอยู่ที่ P/E เพียง 17.7 เท่า และ P/E ล่วงหน้าต่ำเพียง 6.5 เท่า ซึ่งถูกกว่าดัชนี S&P 500 มาก


บทสรุปและคำตัดสิน

หากมองที่ราคา หุ้น Micron ดูจะ "ถูก" กว่า Nvidia มากและมีโอกาสพุ่งขึ้นได้สูงในทางทฤษฎี อย่างไรก็ตาม ราคาหน่วยความจำในปัจจุบันถูกปั่นให้สูงขึ้นจากภาวะสินค้าขาดแคลนอย่างรุนแรง ซึ่งกำไรที่โตมหาศาลนี้อาจไม่ยั่งยืนหากมีการเพิ่มกำลังการผลิตในอนาคต ทำให้ค่า P/E ของ Micron อยู่ในระดับต่ำเพราะตลาดมองข้ามช็อตไปถึงช่วงที่ราคาสินค้าอาจปรับตัวลง

ในขณะที่ความต้องการ GPU ของ Nvidia ก็สูงเกินซัพพลายเช่นกัน แต่ราคาของ GPU มีความผันผวนน้อยกว่า ทำให้ผลประกอบการของ Nvidia คาดเดาได้ง่ายและมั่นคงกว่าในระยะยาว ด้วยเหตุนี้ Nvidia จึงดูเป็นหุ้นที่มีโอกาสสร้างผลตอบแทนได้ดีและสม่ำเสมอกว่า Micron ในปัจจุบัน

โดย: อัจฉริยะไอที
ตอบกระทู้