หลายคนที่พยายามปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินมักหันไปพึ่งขนมขบเคี้ยวเพื่อสุขภาพเพื่อรองรับท้องระหว่างมื้อ แต่กลับพบว่าของเหล่านั้นไม่ได้ช่วยให้อิ่มท้องอย่างที่คิด การหาจุดสมดุลนั้นทำได้ยาก เพราะในขณะที่คุณไม่อยากรับแคลอรีมากเกินไป แต่การกินแค่ก้านเซลเลอรี มันฝรั่งอบกรอบ หรือลูกเกด กลับทำให้คุณหิวโซจนต้องวิ่งกลับไปหาของกินแบบเดิม ๆ ซึ่งทำให้เป้าหมายการกินเพื่อสุขภาพล้มเหลว
ความจริงก็คือ แม้เราจะพยายามเลี่ยงแคลอรี แต่เราไม่สามารถคาดหวังความอิ่มจากการเติมเต็มกระเพาะด้วยของกินแคลอรีต่ำเพียงอย่างเดียวได้ ร่างกายยังคงต้องการพลังงานที่เหมาะสมกับกิจกรรมในแต่ละวัน โดยเฉลี่ยคือประมาณ 2,000 แคลอรีสำหรับผู้หญิง และ 2,600 แคลอรีสำหรับผู้ชาย แทนที่จะจดจ่ออยู่แต่กับคำว่า "แคลอรีต่ำ" เราควรให้ความสำคัญกับสารอาหารในขนมเหล่านั้น เพราะอาหารที่มีสารอาหารหลักครบถ้วนจะช่วยให้เราอิ่มได้เร็วขึ้นและยาวนานกว่า
สารอาหารหลัก (Macronutrients) คือกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้คุณอิ่มท้อง โดยเฉพาะ "ไขมัน" ซึ่งเป็นสารอาหารที่ช่วยให้อิ่มได้มากที่สุด เพราะให้พลังงานหนาแน่นถึง 9 แคลอรีต่อกรัม ในขณะที่โปรตีนและคาร์โบไฮเดรตให้เพียง 4 แคลอรีต่อกรัมเท่านั้น แต่เน้นย้ำว่าควรเป็นไขมันจากธรรมชาติที่ดีต่อสุขภาพ
ไอเดียการจับคู่ของกินให้อิ่มนานขึ้น:
ใช้กรีกโยเกิร์ตเป็นน้ำจิ้มสำหรับผักต่าง ๆ
เพิ่มอะโวคาโดลงในซัลซ่าเพื่อกินคู่กับแผ่นตอร์ติญ่า
จิ้มผลไม้กับเนยถั่วธรรมชาติ
นอกจากไขมันดีแล้ว โปรตีน และ คาร์โบไฮเดรตในรูปของใยอาหาร (ไฟเบอร์) ก็มีความสำคัญมาก เพราะทั้งสองอย่างนี้ใช้เวลาย่อยนานกว่า จึงช่วยให้รู้สึกอิ่มนานขึ้น
ถั่วชนิดต่าง ๆ: เป็นของว่างที่ยอดเยี่ยมเพราะมีครบทั้งไขมัน โปรตีน และไฟเบอร์
ชีส: โดยเฉพาะคอทเทจชีสที่มีโปรตีนสูง หรือชีสที่ผ่านการแปรรูปน้อยชนิดอื่น ๆ ก็เป็นตัวเลือกที่ดี
เครื่องจิ้มรสเข้มข้น: หากคุณชอบกินผัก ลองหาเครื่องจิ้มอย่าง "ฮัมมูส" (Hummus) ที่มีโปรตีนและไฟเบอร์สูง หรือ "กัวคาโมเล" (Guacamole) ที่อุดมด้วยไขมันดีและไฟเบอร์มาเสริม
สรุปสั้น ๆ คือการเลือกขนมที่ไม่ได้มีแค่ความว่างเปล่าของแคลอรี แต่ต้องมีสารอาหารที่ร่างกายต้องการจริง ๆ จะช่วยให้คุณไม่ต้องทนหิวและรักษาสุขภาพไปได้พร้อม ๆ กัน