เปิดมาตรวัดความแรง! พายุระดับไหนคือตัวจริงเรื่องความน่ากลัว? พร้อมวิธีรับมือให้บ้านรอด่

เปิดมาตรวัดความแรง! พายุระดับไหนคือตัวจริงเรื่องความน่ากลัว? พร้อมวิธีรับมือให้บ้านรอด

ท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีหม่น ลมเริ่มพัดแรงจนข้าวของกระจัดกระจาย! เหตุการณ์แบบนี้ใครเห็นก็ต้องใจคอไม่ดี เพราะพายุแต่ละลูกที่หมุนวนเข้ามาในประเทศไทยนั้นมีดีกรีความโหดที่ไม่เท่ากัน การเข้าใจว่าระดับไหนแค่ฝนตกหนัก หรือระดับไหนที่อาจพัดเอาหลังคาบ้านหลุดลอยไปได้จึงเป็นเรื่องสำคัญมาก โดยเฉพาะการเตรียมความพร้อมด้านโครงสร้างอาคารที่ต้องรับแรงปะทะของลมและน้ำฝน หากรากฐานบ้านไม่แข็งแรงพอ แรงสั่นสะเทือนจากพายุอาจส่งผลกระทบถึงความมั่นคงของบ้านได้เลย! ซึ่งในปัจจุบันนวัตกรรมการลงรากฐานด้วย สปันไมโครไพล์ ได้กลายเป็นเกราะป้องกันสำคัญที่ช่วยให้บ้านยืนหยัดอยู่ได้แม้ในสภาวะอากาศแปรปรวนที่สุด มาไขข้อสงสัยกันว่าพายุระดับไหนที่คุณต้องรีบหาที่หลบ และพายุแบบไหนที่ยังพอออกไปรับลมเล่นได้บ้าง!

จัดลำดับความแรง! จากดีเปรสชันสู่ซูเปอร์ไต้ฝุ่น

กรมอุตุนิยมวิทยาแบ่งระดับความรุนแรงของพายุหมุนเขตร้อนตามความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลาง ซึ่งแต่ละระดับก็มีชื่อเรียกและอิทธิพลที่ต่างกันดังนี้

  • พายุดีเปรสชัน (Depression): พี่เล็กสุดของตระกูล มีความเร็วลมไม่เกิน 63 กม./ชม. แม้จะฟังดูไม่เยอะแต่จุดเด่นคือ "ฝนตกแช่" ที่อาจทำให้เกิดน้ำท่วมขังตามมาได้ง่าย ๆ
  • พายุโซนร้อน (Tropical Storm): ขยับความโหดขึ้นมาที่ 63 - 118 กม./ชม. เริ่มมีอิทธิพลทำความเสียหายแก่สิ่งปลูกสร้างที่ไม่แข็งแรงและต้นไม้ขนาดเล็ก
  • พายุไต้ฝุ่น (Typhoon): ระดับที่อันตรายที่สุด! ด้วยความเร็วลมตั้งแต่ 118 กม./ชม. ขึ้นไป แรงลมระดับนี้สามารถถอนรากถอนโคนต้นไม้ใหญ่ หรือพัดทำลายอาคารบ้านเรือนได้เป็นแถบ

 

ความมั่นคงของรากฐาน ปราการด่านแรกรับมือภัยธรรมชาติ

เมื่อพายุไต้ฝุ่นมาเยือน สิ่งที่น่ากังวลไม่ใช่แค่ลมแรง แต่คือสภาวะดินอ่อนตัวจากน้ำฝนปริมาณมากที่อาจทำให้เกิดการทรุดตัวของส่วนต่อเติมได้

บ้านหรืออาคารที่ก่อสร้างโดยขาดการวางแผนรากฐานที่ดีมักจะเกิดรอยร้าวเมื่อต้องเผชิญกับสภาพอากาศสุดขั้ว การเลือกใช้ สปันไมโครไพล์ เข้ามาเสริมความแข็งแกร่งจึงเป็นทางออกที่ชาญฉลาดมาก เพราะเป็นเสาเข็มที่ผ่านกระบวนการปั่นเหวี่ยงด้วยความเร็วสูง ทำให้เนื้อคอนกรีตมีความหนาแน่นสูงกว่าเสาเข็มทั่วไป รับน้ำหนักได้ดีเยี่ยมและทนทานต่อการสั่นสะเทือนจากแรงลมหรือการเคลื่อนตัวของดินได้มากกว่าปกติ การมีฐานรากที่แน่นหนาเปรียบเสมือนการมีสมอเรือที่ช่วยยึดบ้านของคุณไว้ไม่ให้สะเทือนไปตามแรงพายุที่โหมกระหน่ำนั่นเอง!

 

ทำไมพายุหมุนเขตร้อนถึงน่ากลัวกว่าพายุฤดูร้อน?

หลายคนมักสับสนระหว่างพายุสองประเภทนี้ แม้พายุฤดูร้อนจะมาพร้อมลูกเห็บและลมกระโชกแรงในเวลาสั้น ๆ แต่พายุหมุนเขตร้อน (โดยเฉพาะระดับไต้ฝุ่น) มีขนาดวงกว้างกว่ามหาศาลและกินเวลานานหลายวัน! ความต่อเนื่องของมวลน้ำและแรงลมสะสมนี่เองที่ส่งผลเสียต่อโครงสร้างดินรอบบ้าน หากลานจอดรถหรือครัวหลังบ้านของคุณลงเสาเข็มที่ไม่ได้มาตรฐาน เมื่อดินอุ้มน้ำจนอิ่มตัวและถูกลมพัดเขย่า ความเสี่ยงที่จะเกิดการแยกตัวของอาคารจะเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว การลงทุนกับ สปันไมโครไพล์ ตั้งแต่ขั้นตอนการต่อเติมจึงช่วยลดความเสี่ยงนี้ได้อย่างอยู่หมัด

 

4 วิธีเตรียมตัวรับมือพายุแบบฉบับมืออาชีพ

เพื่อให้คุณและครอบครัวปลอดภัยที่สุด เมื่อได้ยินประกาศเตือนภัยให้รีบเช็คลิสต์สิ่งเหล่านี้ทันที!

  1. ตรวจสอบความแข็งแรงของหลังคาและช่องเปิด: ปิดหน้าต่างให้สนิทและเสริมกลอนประตูให้แน่นป้องกันลมกระโชกหวนเข้าสู่ตัวบ้าน
  2. จัดการต้นไม้รอบบริเวณ: ตัดแต่งกิ่งไม้ที่ยื่นยาวหรือเสี่ยงจะหักลงมาทับอาคาร
  3. จัดเก็บสิ่งของภายนอก: อะไรที่ลมพัดได้ให้เก็บเข้าที่ร่มให้หมด เพื่อป้องกันไม่ให้กลายเป็นวัตถุอันตรายเมื่อถูกพัดปลิว
  4. สังเกตรอยร้าวตามผนังและพื้น: หากพบรอยแยกหลังพายุผ่านไป อาจเป็นสัญญาณว่าดินเกิดการเคลื่อนตัวจนกระทบฐานราก

 

เลือกเสาเข็มให้ถูกประเภท เพื่อความปลอดภัยระยะยาว

นอกจากความแรงของลมแล้ว ความชื้นในดินที่เพิ่มขึ้นหลังพายุคือศัตรูเงียบของฐานรากอาคาร การเลือก สปันไมโครไพล์ ไม่ใช่แค่เรื่องของความแข็งแรงเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงความสะดวกในการทำงานในพื้นที่จำกัด เสาเข็มชนิดนี้สามารถตอกลงไปได้ลึกถึงชั้นดินดานโดยไม่สร้างแรงสั่นสะเทือนที่กระทบเพื่อนบ้านมากนัก เหมาะมากสำหรับบ้านที่ต้องการเสริมความมั่นคงในภายหลังเพื่อรับมือกับภัยพิบัติทางธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้นบ่อยครั้งขึ้นในอนาคต

 

สรุป

พายุระดับไต้ฝุ่นอาจเป็นระดับที่อันตรายและสร้างความเสียหายได้มากที่สุดในบรรดาพายุหมุนเขตร้อน แต่เราสามารถลดความเสี่ยงและความเสียหายลงได้ด้วยการเตรียมความพร้อม! การเข้าใจระดับความรุนแรงช่วยให้เราวางแผนรับมือได้อย่างถูกต้อง และการเลือกใช้วัสดุก่อสร้างรวมถึงฐานรากที่ได้มาตรฐานอย่าง สปันไมโครไพล์ จะช่วยให้บ้านของคุณแข็งแกร่งและปลอดภัยจากทุกสภาวะอากาศ

โดย: สภาพอากาศโลก
ตอบกระทู้